เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไร ให้สุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ

เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไร ให้สุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ

เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไร ให้สุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ เพราะการดูแลสุขภาพนั้น เป็นสิ่งที่เราต้องเอาใจใส่กันอยู่แล้ว แต่การที่เราจะสร้างสขุภาพให้ดีทั้งทางกายและทางจิตใจนั้น สามารถทำได้หรือไม่ เพราะฉะนั้น เราจึงจะมาบอกต่อเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจกันค่ะ จะมีเคล็ดลับอะไรนั้น เราไปดูกันเลยค่ะ

การมีสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจที่ดีมีความสัมพันธ์กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อันจะนำมาซึ่งความสุขในชีวิตที่ทุกคนปรารถนา เพราะการมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงย่อมส่งผลให้จิตใจสดชื่น เบิกบาน ในทางตรงข้าม หากร่างกายที่ไม่แข็งแรงก็ย่อมส่งผลให้จิตใจห่อเหี่ยว มีแต่ความกังวล และนี่คือวิธีปฏิบัติง่าย ๆ ที่จะนำมาซึ่งสุขภาพดีทั้งร่างกายและจิตใจ

สุขภาพกาย หมายถึง สภาพของร่างกายที่มีความแข็งแรง สมบูรณ์ ระบบต่าง ๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติและมีประสิทธิภาพ ต้านทานโรคได้ดี ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บหรือความทุพพลภาพ

สุขภาพจิต หมายถึง สภาวะทางจิตใจมีความสดชื่น แจ่มใส สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดี ตลอดจนสามารถควบคุมอารมณ์ให้มั่นคงเป็นปกติ ปราศจากความขัดแย้งหรือความสับสนภายในจิตใจ

เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไร ให้สุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ

เคล็ดลับดูแลตัวเอง

1.เลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ

อาหารที่มีประโยชน์เป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพร่างกายที่ดี การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ สด สะอาดให้ครบ 5 หมู่ในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะช่วยให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ

2.หมั่นออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายมีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เพราะทำให้หัวใจ กล้ามเนื้อ ปอดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การไหลเวียนของโลหิตและระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายความเครียดจากการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphins) หรือสารแห่งความสุข

3.ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8–10 แก้ว

อย่างที่ทราบกันดีว่าร่างกายมนุษย์มีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 70 การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เนื่องจากน้ำเป็นตัวกลางในการเกิดปฏิกิริยาเคมีทุกชนิดตั้งแต่กระบวนการการย่อยอาหาร กระบวนการดูดซึมอาหาร และกระบวนการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย หากขาดน้ำ ร่างกายอาจทำงานผิดปกติได้

4.นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ร่างกายต้องการการพักผ่อนอย่างน้อย  6-8 ชั่วโมงขึ้นกับช่วงอายุ ในขณะนอนหลับเป็นช่วงที่ร่างกายจะได้พักผ่อน ฟื้นฟู และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้อย่างเต็มที่ ตลอดจนเป็นช่วงที่ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนต่อต้านการแก่ชรา การขาดการนอนหลับทำให้ร่างกายเหนื่อยล้าและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ และอาจทำให้ดูแก่ก่อนวัยได้

นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ

5.บริหารและบำรุงสมองอย่างต่อเนื่อง

สมองเป็นอวัยวะหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งเนื่องจากรับหน้าที่ในการควบคุมการทำงานของระบบและอวัยวะต่าง ๆ ตลอดจนความรู้สึกนึกคิด การบริหารสมองไม่ว่าจะเป็นการเล่นหมากรุก เกมอักษรไขว้ เกมจับผิดภาพ เกมจำตำแหน่งภาพจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพสมองที่ดี นอกจากนี้อาจรับประทานสารอาหารที่ช่วยบำรุงสมองอย่างน้ำมันปลาและวิตามินบีร่วมด้วยเพื่อช่วยในการหมุนเวียนเลือดและลดอาการหลงลืม

6.ฝึกการปล่อยวาง

จิตใจที่เป็นทุกข์ย่อมนำมาซึ่งความเครียดและความวิตกกังวล ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก การมองโลกในแง่ดี ปล่อยวางจะช่วยให้จิตใจสงบและไม่จมอยู่กับความทุกข์ อาจเริ่มจากการนั่งสมาธิอย่างน้อยวันละ 5-10 นาทีเพื่อพิจารณาสิ่งที่ผ่านเข้ามาชีวิต เมื่อฝึกได้ระยะหนึ่ง เราก็จะสามารถควบคุมสติ อารมณ์ มีมุมมองต่อโลกในแง่ดีขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพจิต และห่างไกลจากโรคเครียดหรือโรคซึมเศร้า

7.เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

การตรวจสุขภาพถือเป็นการลงทุนเบื้องต้นสำหรับการมีชีวิตที่ยืนยาว โดยจะช่วยตรวจหาโรคที่แอบแฝงและป้องกันความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนของโรคที่อาจเกิดขึ้น ยิ่งหากพบความผิดปกติเร็วขึ้นเท่าไร ก็จะช่วยให้รักษาได้เร็วขึ้นเท่านั้น แม้เพียงแค่ตรวจพบความเสี่ยง เราก็สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิตให้ถูกต้องได้ ทุกคนจึงควรเข้ารับบริการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีโดยมีแนวทางการตรวจสุขภาพตามช่วงอายุ ดังนี้


  • วัยรุ่น (อายุ 
    13-18 ปี)

แม้คนส่วนใหญ่ในวัยนี้จะมีสุขภาพแข็งแรง ไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่จริง ๆ แล้ว วัยนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสะสมโรคที่จะส่งผลตอนอายุเพิ่มขึ้น การตรวจสุขภาพในช่วงวัยนี้ควรเน้นไปที่การตรวจสุขภาพโดยรวม เช่น ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจระดับไขมันในเลือด ตรวจระบบการทำงานของตับไต ตรวจปัสสาวะ และเอกซเรย์ปอด เป็นต้น

  • วัยทำงาน (อายุ 19-39 ปี)

เป็นช่วงแสวงหาความมั่นคงในชีวิต จึงมักทำงานหนักจนลืมดูแลสุขภาพ ในช่วงนี้เองจึงเป้นจุดเริ่มต้นของการแสดงอาการของโรคต่าง ๆ ที่สะสมมาก่อนหน้า นอกจากการตรวจสุขภาพองค์รวมแล้ว ยังควรตรวจวัดความเสี่ยงในการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูกในสุภาพสตรีที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป

  • วัยกลางคน (อายุ 40-59 ปีขึ้นไป)

เป็นวัยที่โรคร้ายต่าง ๆ จะเริ่มแสดงออกอย่างชัดเจน จึงควรเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด และเน้นไปที่การตรวจหาโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินปัสสาวะ โรคอ้วน โรคมะเร็งต่าง ๆ เป็นต้น โดยผู้หญิงควรจะเน้นการตรวจมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งเต้านม ผู้ชายควรเน้นการตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก

เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไร ให้สุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ
  • วัยสูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)

เป็นวัยที่อวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกายเริ่มเสื่อมถอย จึงควรเน้นการตรวจการทำงานของร่างกายอย่างละเอียดโดยเฉพาะโรคที่เกิดจากสภาพที่ถดถอยของอวัยวะอย่างหัวใจ ไต สมอง อวัยวะในช่องท้อง คัดกรองมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ รวมถึงตรวจมวลกระดูก

เคล็ดลับดูแลตัวเองอย่างไร ให้สุขภาพดีทั้งกายและจิตใจ เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับเคล็ดลับที่เราได้นำมาบอกต่อเพื่อนๆ นั้น เห็นไหมค่ะว่า เรื่องสุขภาพนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร เพราะฉะนั้น เราต้องดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าจะมีการเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี แต่ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า ในภายภาคหน้า สุขภาพของเราจะเป็นอย่างไร นั้นเองค่ะ

กีฬาที่กำลังมาแรง คนไทยชอบเล่นมากที่สุด เทรนด์การเล่นกีฬา ที่กำลังได้รับความนิยมกันมากที่สุดในประเทศไทย การที่เราหันมาใส่ใจเรื่องของสุขภาพ ด้วยการเล่นกีฬา โดยเฉพาะในหมู่คนที่กำลังดูแลเรื่องสัดส่วนของตัวเองและกีฬาทุกชนิดนนั้นก็จะช่วยให้หุ่นสมสัดส่วนมากยิ่งขึ้น ตามแบบที่เราต้องการเลยค่ะ และวันนี้เราจะพาทุกคนมาดูกีฬายอกฮิตติดเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่าแพร่หลายในตอนนี้ 

เทคโนโลยีของสมาร์ทโฟน กับการศึกษาไทย  หากกล่าวถึงเทรนด์ของเทคโนโลยี ที่เป็นการเชื่อมต่อไร้สายของอินเตอร์เน็ต ทำให้เราสามารถ เข้าถึงโลกออนไลน์ได้ง่านขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้ในการศึกษาเล่าเรียนของเด็กไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพของเด็กให้มีองค์ความรู้ที่เต็มระบบนั้นเองค่ะ